30 กันยายน 2020 แก่นโลหะของอาร์มาเจอร์ แก่นโลหะของอาร์มาเจอร์



แก่นโลหะของอาร์มาเจอร์ประกอบขึ้นจากโลหะ หรือเหล็กแผ่นบางๆ ตัดให้เป็นรูปกลมหรือรูปตามแบบที่ต้องการ รอบด้านริมของแผ่นเหล็กนี้จะเจาะเป็นร่องให้ตรงกันทุกแผ่น เมื่อประกอบหรืออัดแผ่นโลหะจำนวนหลายๆ แผ่นเข้าไปเป็นรูปอาร์มาเจอร์ ตามความยาวของขนาดอาร์มาเจอร์แล้ว ร่องทุกร่องรอบริมแผ่นโลหะจะตรงกันเป็นร่องตามความยาวของขนาด ร่องดังกล่าวนี้เรียกว่า Slot ใช้เป็นร่องสำหรับพันขดลวดลงไปแต่ละร่อง จะโดยวิธีพันแบบใดก็ตาม หรือจะมีร่องรอบลำตัวเท่าใดก็ตาม ย่อมจะต้องมีขดลวดพันลงไปตามจำนวนร่องของมันเท่าที่มีอยู่

แก่นโลหะของอาร์มาเจอร์ มีอยู่ด้วยกันหลายแบบแต่ส่วนใหญ่แบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ

1. แบบรูปวงแหวน (Ring Armature)

2. แบบรูปกลอง (Drum Armature)

3. แบบรูปจาน (Disc Armature)

แก่นที่ประกอบเป็นอาร์มาเจอร์รูปวงแหวน มีลักษณะคล้ายวงแหวนเหล็กอันหนึ่ง ที่พันล้อมรอบด้วยขดลวดและมีวิธีพันแยกห่างออกไป โดยการพันขดลวดขวางข้ามเส้นวงแหวนเป็นตอนๆ และให้ปลายของขดลวดที่พันเรียบร้อยแล้วทั้ง 2 ปลายหรือมากกว่านั้น นำเข้าไปติดต่อกับคอมมิวเตเตอร์ โดยวิธีเชื่อมบัดกรี แก่นแบบวงแหวนนี้ลักษณะผิดกว่าแก่นแบบอื่นๆ  คือภายในกลวงและลวดที่พันนั้นพันอ้อมทั้งทางด้านในและด้านนอก ไม่พันด้านนอกโดยรอบเหมือนแก่นแบบรูปกลองและจาน เพราะรูปลักษณะของแก่นเหมือนวงแหวนภายในกลวง

แก่นแบบรูปกลอง ประกอบด้วยแผ่นโลหะแบบกลมที่อัดซ้อนกันหลายแผ่น เจาะร่องริมแผ่นทุกแผ่นและเจาะรูกลมกลางแผ่นเพื่อสวมกับเพลา (Shaft) หรือด้ามโผล่ปลายทั้งสองข้าง ขดลวดที่พันบนแก่นนี้ จะต้องพันด้านนอกโดยรอบและทุกร่องของแก่น อาร์มาเจอร์แบบแก่นเป็นรูปกลองนี้ ในปัจจุบันนิยมกันมากกว่าแบบวงแหวนเพราะมีวิธีการพันง่ายกว่า และปฏิบัติงานก็ได้ผลดีกว่า อาร์มาเจอร์ชนิดนี้ มีจำนวนช่องของขดลวดตายน้อยมาก เพราะใช้วิธีพันรอบเฉพาะส่วนผิในร่องด้านนอกของแก่นเท่านั้น ไม่ทำให้ขดลวดไปปิดบังโลหะของแก่นส่วนใดสวนหนึ่ง

แก่นแบบรูปจาน ลักษณะคล้ายคลึงกับแบบรูปกลอง แบบนี้จะต้องมีแกนโลหะที่คงทน และต้องมีประสิทธิภาพในการต่อต้านความสึกหรอ ส่วนวิธีพันลวดนั้นยังง่ายกว่าแบบกลองอยู่บ้าง เว้นแต่จะต้องเลือกเฟ้นโลหะที่จะนำมาประกอบเป็นรูปแก่นเท่านั้น ที่ค่อนข้างจะยุ่งยากในการเสาะหาและต้องใช้ความพิถีพิถันจริงๆ ทั้งนี้ก็เพื่อให้หลีกเลี่ยงต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากกรณีกระแสไฟผันกลับ หรือกระแสไฟสลับเกิดขึ้นย้อนกลับมาทางเดิม เพราะกระแสวัดนำที่เกิดขึ้นในโลหะ อยู่ใกล้ชิดกับวงจรมาก



Tags:
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading...